ถาม :  ได้ยินข่าวว่า ดาวหลาย ๆ ดวงเดือนพฤษภาคมจะเห็นกันอยู่ทั่วโลก.....พยากรณ์ว่าจะเกิด ?
      ตอบ:  ดาวหางมั้ง ๒ ดวงมาพร้อมกัน ตอนนี้ไม่หนักเท่ากับที่ผ่านมาหรอก ที่ผ่านมานั่นดาวเคราะห์ ๙ ดวงเรียงกันมาเป็นแถวเดียวกันน่ะ เขาว่าอาจทำให้น้ำท่วมโลกเพราะแรงดึงดูดมันมาก แต่จริง ๆ แล้วมันไกลเกินกว่าที่แรงดึงดูดจะส่งผลมาถึง ที่น้ำขึ้นน้ำลงก็มันอิทธิพลของดวงจันทร์อย่างเดียว คราวนี้ว่าปัจจุบันนี้ที่ผ่านมาก็จะดูเหมือนกัน แต่เผอิญว่าฝนมันตก
      ถาม:  เห็นว่าจะดูได้ทั่วโลกโดยเฉพาะที่อเมริกา ?
      ตอบ:  เรื่องอย่างนี้บางทีมันก็จะมีผลกระทบบ้าง ถ้าหากว่าเรามั่นคงอยู่ในทาน ศีล ภาวนา ไม่ต้องไปกลัวเขาหรอก อีกอย่างหนึ่ง ดาวหาง ๒ ดวง อิเคยะกับชไนเดอร์ นาน ๆ ร้อยวันพันปีมันถึงจะมีสักที เพราะว่าปกติที่ผ่านมาก็ทีละดวงเดียว งวดนี้มันมา ๒ ดวงพร้อมกัน ถ้าหากว่าตามแบบโบราณเขา เขาถือกัน ถ้าหากว่าดาวหางมา ส่วนใหญ่จะมีแต่สิ่งที่ร้าย ๆ เพราะอย่างสมัยรัชกาลที่ ๕ ดาวหางฮัลเล่ย์ มา พระองค์ท่านก็สวรรคต แล้วเสร็จแล้วพอมาสมัยรัชกาลที่ ๘ ดาวหางมาก็เกิดสงคราม สมัยนี้อาตมาก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะมันมาหลายยกเหลือเกิน ยิ่งวิทยาการมันยิ่งก้าวหน้ามากเท่าไร คนก็ยิ่งค้นพบมากขึ้นเท่านั้น
      ถาม:  กลัวเศรษฐกิจจะแย่ ?
      ตอบ:  เศรษฐกิจปีนี้มันก็ขึ้น ๆ ลง ๆ แหละจ้ะ กราฟหัวใจเต้นดึ๋ง ๆ
      ถาม:  หลานสาวอายุ ๙ ขวบ เป็นลูกของน้องสาว ปีที่แล้วน้องเขยตาย เขาเป็นคนใต้ ปีนี้เขาเช็งเม้งรวมไหว้ทั้งพ่อแม่ที่ตายด้วย สำหรับน้องเขยเป็นคนไทยถวายสังฆทานแบบไทย ทางนี้มีเผากระดาษเงินอะไรเยอะแยะ ตอนพ่อเขาเสียใหม่ ๆ เขากลางคืนนอนคุยกับพ่อเขาตลอดเวลา แม่แล้วก็ย่ายายบอกว่าเหมือนคนแบบละเมอ เขาก็โมโห เขาตื่นขึ้นบอกว่าคุยกับพ่ออยู่มาขัดจังหวะกำลังดีใจ หลังวันเช็งเม้งเด็กฝันบอกว่าพ่อนั่งรถมากับอากงที่ตายไปแล้ว ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าแต่ชี้รูปที่ตั้งเอาไว้มากับคน ๆ นี้ แล้วพ่อเขามาบอกว่าใคร ๆ ก็ได้ตังค์ ตัวเขาเองยังไม่ได้ตังค์เลยสงสัยจะมาถามว่าทำไมเขาพูดกันแบบนี้ ?
      ตอบ:  คือลักษณะนี้จริง ๆ แล้วคล้าย ๆ กับว่า เขาไปแบ่งแยกออกมาสิ่งที่ทำที่ถูกต้องแล้วที่ทำไป จริง ๆ แล้วน่ะถูกแล้ว คือว่าเราเอง เราถวายสังฆทานทำบุญทำกุศลอะไรไป แต่ว่าบังเอิญว่าเราแยกออกมาเหมือนอย่างกับว่าเขาเป็นคนนอก เหมือนอย่างกับว่าไม่ใช่คนครอบครัวเดียวกัน เขาก็เลยตั้งใจที่ว่าจะเตือนสติเราให้รู้ว่า จริง ๆ แล้วถ้าหากว่าถึงเวลาทำก็ทำให้มันเหมือน ๆ กัน แล้วอีกอย่างถ้ามาในลักษณะนั้นก็ได้แสดงว่าเขาสบายดี ในเมื่อเขาสบายดี บุญกุศลอะไรที่เราทำไปเขาจะโมทนาได้ทุกอย่าง ขณะเดียวกันเขาเองเขารับผลสังฆทานไป เขาก็คงสบายกว่าคนอื่นเขา ก็เลยอยากจะทำอะไรให้พวกอากงอาม่าเขาบ้าง ลักษณะเดียวกัน ลักษณะที่มาอย่างนี้บางทีมันเตือนกันเป็นนัย ๆ เราเองอาจจะตีความไม่ถูก เราไปแบ่งแยกเขาออกมาซะแล้ว
      ถาม:  พูดแบบคนจีนแล้ว คิดว่าทางนี้ทำอะไรไม่ถึงแน่ ทำไมไม่ได้ตังค์ ?
      ตอบ:  ใช้วิธีว่าแนะนำเขาว่า ต่อไปถ้าหากว่าทำเช็งเม้งแบบจีน ก็ให้ทำให้ครบไปเลย แล้วถ้าหากว่าถึงเวลาทางด้านนี้ทำแบบไทยก็ตั้งใจอุทิศให้กับญาติพี่น้องที่เป็นคนจีนไปด้วย เพราะว่าทางด้านสังฆทานนี้จะเป็นบุญใหญ่มากกว่า ทำยังไงเขาก็ได้รับโดยตรงไปเลย ไม่ต้องไปแบ่งไปแยกอะไรหรอก อันนั้นเขาแค่มาเตือนในลักษณะที่บอกว่า ทำก็ทำให้มันเหมือนกันเท่านั้นเอง
      ถาม:  ถังเดียวก็สามารถอุทิศให้ได้ ?
      ตอบ:  ได้จ้ะ กี่หมื่นกี่แสนคนก็ให้ไปเถอะ ถวายครั้งเดียวอุทิศให้ได้ตลอดเวลาเลย สมมติว่าเราทำปีที่แล้วมา ปีนี้ยังไม่ได้ทำ ไปเจอผี มันมาขอ ตั้งใจเลยว่าผลบุญสังฆทานที่เราเคยทำมาครั้งโน้นขอให้เขาไปด้วย ให้ได้อยู่ตลอดเวลา
      ถาม:  ถ้าอย่างนั้น เมื่อกี้ที่ทำหลาย ๆ ถัง ความจริงก็ถังเดียวก็ได้ ?
      ตอบ:  ถังเดียวก็ได้ แต่ถ้าหากว่าเราทำมาก็คือกำลังใจของเราดีมาก กำลังทรัพย์ของเรามีมาก สังฆทานนี่ถ้าหากนับแล้วผลเขาบังคับว่าถ้าเกิดใหม่ต้องเป็นมหาเศรษฐี คราวนี้มหาเศรษฐีน่ะสถิติต่ำสุดเขาต้องมีเงินอยู่ ๘๐ โกฏิ ไอ้ ๘๐ โกฏิก็คงประมาณ ๘ พันล้านของสมัยนี้ แต่คราวนี้ถ้าเราทำเยอะ เราจะมีมากกว่านั้น แต่ว่าเป็นมหาเศรษฐีเหมือนกัน คือจะมีไม่ต่ำกว่า ๘๐ โกฏิ ถ้าเขามีต่ำสุดแค่นั้น เราจะมีมากกว่า มันก็เลยกลายเป็นว่า ถ้ามีความสามารถทำมากก็ทำไป ถ้าไม่มีความสามารถทำมากขนาดนั้นชุดเดียวก็พอ เรื่องของการบริจาคให้ทาน สำคัญที่สุดคือ อย่าให้ตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อน ทำแบบประเภทที่เรียกว่าเราสบายใจ ถ้าทำแล้วตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อนพระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญนะจ้ะ
      ถาม:  เราก็นึกว่าสังฆทานชุดหนึ่งก็ให้คนตายคนนี้ ชุดหนึ่งก็ให้คนตายคนนั้น ที่แยก ๆ เมื่อกี้น่ะ ?
      ตอบ:  ทำอย่างนั้นก็ได้จ้ะ แต่จริง ๆ แล้วชุดเดียวให้ได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่าถ้าเป็นญาติพี่น้องเราโดยตรงให้ออกชื่อออกนามสกุลนึกถึงอุทิศให้เขาไปเลย เสร็จแล้วหลังจากนั้นค่อยให้ทั่วไป อย่างที่หลวงพ่อท่านว่าให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว จะใช่ญาติก็ดีไม่ใช่ญาติก็ดี อย่างนั้นน่ะ ถ้าเราไปเหวี่ยงแหเสียตั้งแต่แรก บางทีญาติเราอาจจะกำลังน้อยกว่าคนอื่นเขา คนอื่นเขาได้ไปซะหมด อันนั้นก็ให้ญาติเราไปก่อน ออกชื่อออกนามสกุลไปก่อน แล้วหลังจากนั้นค่อยให้ทั่วไป
      ถาม:  อ๋อ.....อย่างพวกสุนัขที่ตายไป ถ้าเราให้สังฆทาน เขาก็ยังได้รับเหมือนกัน ?
      ตอบ:  ได้จ้ะ คือว่าสัตว์ที่ตายไป อทิสมานกาย จริง ๆ ก็คือคนนี่แหละ เพียงแต่ว่ากรรมที่เขาทำมา ทำให้เขาต้องอยู่ในร่างของสัตว์เดรัจฉาน ถ้าหากว่าเขาตายปุ๊บพ้นจากสภาพนั้น สัตว์เดรัจฉานนี่จะได้เปรียบเราอยู่อย่างหนึ่งว่าโอกาสจะลงอบายภูมิของเขายากเหลือเกิน ยากมาก ๆ เลย อย่างประเภทที่แย่ ๆ ก็คือเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเหมือนเดิม ถ้าจิตเขาเกาะคน เขาจะเกิดเป็นคน ถ้าจิตเขาเกาะพระ เขาจะเกิดเป็นเทวดาไปเลย เพราะฉะนั้น อทิสมานกายของเขาข้างใน ก็คือคนดี ๆ นี่เอง เราให้เขา ถ้าเขามีความสามารถโมทนาได้ อยู่ในเขตที่โมทนาได้ เขาเต็มใจรับอยู่แล้ว
              อาตมาเองเวลาเดินทางเจอสัตว์โดน รถชนตาย อุทิศส่วนกุศลให้เขา บางตัวมันดีอกดีใจมันตามมา บอกแกไม่ต้องตามหรอก ถ้าไปเกิดได้ก็ไปเลย ไม่อย่างนั้นแล้วพวกนี้เขากตัญญูนะ เขาเคยได้รับจากใคร เขาจะคอยช่วยเหลือคนนั้น โดยเฉพาะว่าเวลาตายมันมีตัวอย่างหลายครั้งแล้วว่าเวลาตายปุ๊บเนี้ย ลงไป เคยไปทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์ไว้ โอ้ย.....เขาไปเจี๊ยวจ๊าวกันไปหมด หลวงพ่อท่านก็ถามว่า ทำไมในนรกในสวรรค์มีสัตว์ด้วยหรือ ? พระยายมท่านบอกว่าไม่ใช่หรอก อันนั้นน่ะเป็นเทวดา เขาแสดงภาพนิมิตให้เห็น จะได้รู้เอาไว้ว่าความดีที่เขาทำน่ะ มันมากขนาดไหนแล้วพวกนี้เขาพร้อมที่จะเป็นพยานให้อยู่แล้วน่ะ
      ถาม:  อย่างนี้เวลาเราไปปล่อยสัตว์ ?
      ตอบ ถ้าหากว่าคุณประเภทตาย แล้วต้องไปผ่านการสอบสวนรับรองว่าพวกนี้ไปกับเพียบเลย คนที่เคยช่วยปล่อยกันไว้มันมีตัวอย่างอยู่ครั้งหนึ่ง ว่า มีผู้ชายคนหนึ่ง พี่สาวเขาจะปล่อยเต่านะ ก็เขียนชื่อเอาติดไว้ที่ใต้กระดอง แล้วก็ให้น้องชายไปปล่อย คราวนี้พระยายมราชท่านสอบสวนว่าเคยทำความดีอะไรบ้าง ? ไล่ไปไล่มาเขาก็บอกว่าเคยปล่อยเต่าไว้ตัวหนึ่ง แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาเต่าก็เดินต้วมเตี้ยมมาให้เห็น พอจับพลิกใต้ท้องขึ้นมา อ้าว ...... กลายเป็นชื่อของพี่สาวตัวเอง แต่ว่าตัวเองเป็นคนปล่อยก็ถือว่าโมทนาในบุญนั้นด้วย ถึงได้เอาไปปล่อยให้ ก็เลยหลุดไป หลุดไปอย่างชนิดหวุดหวิดเลย
      ถาม:  อานิสงส์ของการปล่อยสัตว์ใหญ่....?
      ตอบอันดับแรกได้ตัวเมตตาบารมี เราไปหล่อยเขาให้มีชีวิตรอดได้รับความสุขความสะดวกสบายน่ะ ต่อไปเราทำอะไรก็จะสะดวกสบายไปหมด แล้วเสร็จแล้ว มีอานิสงส์พิเศษ อีก เรื่องของการปล่อยชีวิตสัตว์ถ้าหากว่าเป็นสัตว์ที่เขาขายเพื่อให้ไว้ฆ่าเป็นอาหารน่ะ ถ้าช่วงนั้นเรามีอุปฆาตกรรมเข้ามามันจะเป็นกุศลต่อชีวิตให้เราด้วย ตัวหนึ่งเท่ากับปีหนึ่ง สมมติว่าคุณปล่อยปลา ๑๐ ตัว นี่อายุยืนต่อไป ๑๐ ปีแน่ ๆ แต่ถ้าหากว่าไม่มีอุปฆาตกรรมเข้ามารบกวน อานิสงส์ตัวนี้ก็จะทำให้เรามีความสุขสะดวกสบาย เรื่องเคราะห์กรรมใหญ่ ๆ อย่างเช่นว่าหนักอยู่สักหน่อย ถ้าหากว่าปล่อยพวกไก่พวกเป็ดที่เขาจะฆ่าเคราะห์กรรมอันนั้นก็จะเบาไป ถ้ามันจะถึงแก่ชีวิตเลย ปล่อยสัตว์อย่างพวกแพะ แกะ วัว ควาย ก็จะเป็นการต่อชีวิตของเราได้เลย ประเภทที่เรียกว่า ยิ่งกรรมหนักก็ยิ่งปล่อยสัตว์ใหญ่ยิ่งได้เปรียบแล้วมันมีอานิสงส์แปลก ๆ อยู่อย่าง
              คือหลวงพ่อท่านเคยซื้อปูทะเลไปปล่อย เห็นมันโดนมัดอยู่เป็นเข่ง ๆ ก็สงสาร ซื้อแล้วก็เอาไปปล่อยตัดเชือกปล่อยมันลงทะเลยไป ปรากฏว่าท่านบอกว่า ปกติแล้วท่านจะปวดหลังเมื่อยตัวเป็นประจำ พอปล่อยแล้วมันไม่เป็นอีก ท่านก็เลยมานึก ๆ ดู อ๋อ..... ปูมันโดนมัดอยู่ทั้งวันทั้งคืน มันคงเมื่อยแย่อยู่แล้ว มีโอกาสได้ไปปล่อยมันเข้าอานิสงส์ตัวนี้ก็เลยช่วยท่าน ประเภททันตาเห็นเลย อานิสงส์แปลก ๆ พวกนี้บางทีก็ต้องเจอด้วยตัวเองน่ะ ไม่งั้นบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเกิดจากอะไร
      ถาม:  วันก่อนปล่อยกบน่ะค่ะ กบถูกมัด ๆ ?
      ตอบ:  ลักษณะนั้นน่ะจ๊ะ แต่ว่าปูนี่เขามัดแน่นแน่ ๆ เพราะถ้าไม่มัดมันหนีบเขา เคยปล่อยอะไรไปบ้าง ? มันมีอานิสงส์พิเศษอีกอย่างหนึ่งคือว่าถ้าหากว่าปล่อยนก แล้วช่วงนั้นกรรมเกิดจากอทินนาทานคือเคยลักเคยขโมยเขามันเข้ามาถึง จะทำให้เราของหายน่ะ ถ้าเราปล่อยนกนี่มันจะแก้เรื่องของหายได้ แล้วใครที่ประเภทโดนเขาขโมยประจำ ลองปล่อยนกดู เป็นเรื่องแปลก ๆ เหมือนกับที่หลวงพ่อท่านพิสูจน์แล้ว ท่านถึงแนะนำต่อมา ปล่อยนกกันของหายได้
      ถาม:  ไม่จำกัดว่ากี่ตัว ?
      ตอบ:  ไม่จำกัดว่ากี่ตัวจ้ะ แต่ว่าหมอดูบางคนก็เหลือเกิน มีโยมอยู่คนไปให้หมอดู อายุของเขา ๒๖ หมอดูบอกว่าเคราะห์ร้ายมากให้ปล่อยปลาไหล ๒๗ ตัวคือให้เกินอายุ ๑ ปี แล้วก็ให้เขียนชื่อติดตัวปลาไปด้วย เราได้ยินนี่หัวเราะเลย บอกตายห่าหมดเลยใช่มั้ย ? เขาบอกแล้วทำไมรู้ล่ะ ? บอกไปเชื่ออะไรส่งเดชกับหมอ ปลาไหลตัวมันลื่น ๆ ถ้าหากว่าจะเขียนได้ก็ต้องรูดจนเมือกมันหมด และปลามันโดนรูดเมือกจนหมดมันจะรอดหรือ ? ก็หงิกน่ะสิคือบางอย่างมันต้องใช้ปัญญาเหมือนกันน่ะจ้ะ พอเราได้ยินว่าให้เขียนชื่อติดไปด้วยหัวเราะ เลยถามว่าตายหมดเลยใช่มั้ย ? เขาบอกว่าทำไมรู้ล่ะ ก็ต้องรูดเมือกกันหมดแล้วเอาสีเขียนติดไปน่ะ แล้วจะไปเหลือเหรอ เจตนาเขาไม่มีน่ะ พวกนั้นคงเคราะห์กรรมหนักมากเลย แล้วก็กรรมมันเคยเนื่องกันมาในอดีต ทำให้ต้องกลับมาตายเพราะมือของคน ๆ นี้ เจตนาดีจ้ะ ปล่อยเขาแท้ ๆ ตายหมดเลย
      ถาม:  แล้วหมอดูบาปไหมคะ ?
      ตอบ:  ประเภทแนะนำห่วยแตกแบบนั้นมันน่าจะได้ส่วนแบ่งไปบ้างคราวหน้าคิดให้ดี ๆ นะ ปล่อยปลาไหลแล้วบอกให้เขียนชื่อติดไปด้วยปล่อยเต่าปล่อยอะไรก็ว่าไปอย่างมันพอเขียนได้
      ถาม:  แล้วแทนที่จะไปช่วยปลาไหลเขา ?
      ตอบ:  มันกลายเป็นตายไปเลย ตกลง ๒๗ ตัวม่องเท่งหมด
      ถาม:  อย่างนี้แสดงว่าการปล่อยนกจะช่วยในเรื่องของของหายนี่หมายถึงว่าเราเคยปล่อยเมื่อช่วง ๑๐ ปีก่อน ?
      ตอบ:  ไม่ใช่ หมายถึงช่วงนี้ แบบเดียวกับที่ว่าปล่อยสัตว์แล้วต่ออายุตอนแรกก็ไม่เข้าใจ หลวงพ่อท่านบอกตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาสว่า แกเป็นนักรบมาทุกชาติ ฆ่าเขาเอาไว้มาก เศษกรรมปาณาติบาตตัวนี้จะทำให้แกป่วยประจำ ให้ไปปล่อยปลาที่เขาขายเพื่อฆ่าอย่างน้อย ๆ เดือนละตัว ๒ ตัว จะได้ตัดกรรมอันนี้ได้ ก็บอกว่าหลวงพ่อครับการปล่อยปลา ผมเข้าใจว่ามันเป็นการต่ออายุ แล้วผมไม่อยากอยู่อยู่แล้ว ผมจะไปปล่อยมันทำไมล่ะ ท่านบอกว่าแกอย่าเพิ่งเข้าใจผิด มันจะต่ออายุก็ต่อเมื่อช่วงนั้นมีอุปฆาตกรรมเข้ามา อุปฆาตกรรมที่จะเข้ามาตัดให้ชีวิตของเราสิ้นลงนี่ มันก็คือเราเคยฆ่าคนฆ่าสัตว์ใหญ่เอาไว้ แล้วช่วงนั้นกรรมอันนี้มันเข้ามาพอดีช่วงบุญของเราหมดลง กรรมอันนี้ถ้าเข้ามาจังหวะพอดี ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรที่เป็นลักษณะต่ออายุได้ คือไม่ได้ทำบุญใหญ่ มันจะต้องถึงตายจริง ๆ แต่ถ้าหากว่ามันไม่มีอุปฆาตกรรมเข้ามาช่วงนั้น มันก็ไม่เป็นไร
              อานิสงส์ที่ปล่อยปลามันก็ไม่ได้ต่ออายุ แต่ว่าทำให้เราได้รับความสุขได้รับความสะดวกสบายทีหลัง
อาตมาเองปัจจุบันทำอะไรมันง่ายจนคนเขาอิจฉากันหมดเพราะว่าปล่อยปลามาติดกัน ๑๗ ปี ปล่อยก่อนบวชมาปี
      ถาม:  หลวงพี่ปล่อยปลาทุกเดือน ?
      ตอบ:  ทุกเดือนจ้ะ เดือนนี้ก็ปล่อยไป ๕ พันกว่า
      ถาม:  อย่างนี้แสดงว่า อย่างพวกหนูร่วมทำบุญกับหลวงพี่ แล้วหลวงพี่เอาไปปล่อยปลา ?
      ตอบ:  ก็มีส่วนของพวกเราด้วยจ้ะ แต่ว่าขออภัยไม่ได้บอกเพราะคิดว่ารู้ ปกติจะปล่อยทุกวันอาทิตย์ที่ลงมาสังฆทานตอนเช้าวันอาทิตย์
      ถาม:  ............................
      ตอบ:  ๕ พันกว่าบาท ก็หลายสิบกิโลอยู่ เดือนนี้ที่ปล่อยไปมีปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ มีหอยอีก ๔-๕ กิโล แล้วก็วัวตัวหนึ่ง
      ถาม:  ปล่อยวัวด้วยหรือคะ ?
      ตอบ:  ปล่อยวัวด้วยจ้ะ วัวตัวหนึ่งประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาท
      ถาม:  หมายถึงทุกเดือนเลยหรือคะ ?
      ตอบ:  ก็แล้วแต่จ้ะ ถ้าหากว่าเงินที่เขามาสมทบมามันก็ปล่อยเลย ก็ขำ ๆ ดีเหมือนกันน่ะ ธนาคารโค-กระบือน่ะมันอยู่หน้าโรงฆ่าสัตว์พอเราจะบริจาคด้วยการปล่อยวัว ก็ไปเลือก แล้วก็จูงข้ามฝั่งมาให้เขาลงบัญชี แหม.. ชัยภูมิดีเหลือเกิน รู้ว่าคนเขานิยมไปปล่อยมันก็เลยตั้งรับเอาไว้ตรงข้างหน้าเลย แล้วถึงเวลาก็จะมีพระมาชยันโต มาพรมน้ำมนต์ให้ แล้วพวกนี้เขาจะเอาไปให้ชาวไร่ชาวนาที่ยากจนไม่มีวัวควายทำนาจ้ะ แต่ว่าจะทำหนังสือสัญญากันเอาไว้ว่าให้ใช้งานได้อย่างเดียวถ้าหากว่าแก่ชราใช้งานไม่ได้ ต้องเลี้ยงเขาจนกว่าจะตาย จะไม่มีการฆ่าไม่มีการขาย
      ถาม:  แล้วถ้าเขาแอบฆ่าล่ะคะ ?
      ตอบ:  ไม่.. ทางด้านนี้ของเขา เขาทำสัญญาเอาไว้แล้วนี่ เขาปรับโทษได้ เพราะว่ามูลนิธินี่รู้สึกว่าในหลวงจะอุปถัมภ์เอาไว้ซะด้วย
      ถาม:  นึกว่าชาวนาบางทีจน ๆ เอาซะเลย ?
      ตอบ:  ประเภทจนแล้วมีวัวเอาไว้ใช้งานเขาคงไม่คิดอย่างนั้นหรอกจ้ะ พวกชาวไร่ชาวนาถ้าไม่จำเป็นถึงขีดสุดจริง ๆ เขาจะไม่ขายวัวขายควายหรอกโดยเฉพาะลูก ๆ ของตัวเอง มันผูกพันกับวัวควายมากเลยบางคนจูงวัวไปขาย วัวก็ร้องไห้ ลูก ๆ ก็ร้องไห้กันกระจองอแงเพราะมันรักวัว ในเมื่อรักแล้วไม่อยากให้วัวโดนเอาไปขาย แต่ไม่รู้หรอกว่าบางทีพ่อแม่ก็จำเป็นสุดขีด ไม่มีเงินไปใช้หนี้เงินกู้เขา เดี๋ยวเขาก็จะยึดไร่ยึดนาก็ต้องรักษาที่เอาไว้ก่อน เลยยอมเสียวัวไป ขายควายส่งลูกเรียนใช่มั้ย ส่งไปส่งมาชักยัวะ รู้งี้ขายลูกส่งควายเรียนดีกว่า
      ถาม:  วุ่นวายมากเลยค่ะ ?
      ตอบ ที่วุ่นจริง ๆ ก็คือเราไปยุ่งกับเขา ถ้าเรารักษาสภาพจิตใจของเราสงบอยู่กับอารมณ์เฉพาะหน้า อยู่กับปัจจุบัน มันจะไม่วุ่นกับใครส่วนใหญ่แทนที่จะเป็นคนดู มันกระโดดลงไปเล่นเองซะทุกที ต่อไปทำตัวเป็นคนดูจ้ะ อะไรเกิดขึ้นรักษาอารมณ์แจ่มใสเฉพาะหน้าของเราเอาไว้ รักษาสติสัมปชัญญะของเราเอาไว้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวทำไมถึงต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนี้ ขึ้นชื่อว่า ทำไมเมื่อไรก็ทุกข์แล้ว มันทุกข์เพราะเราไปแบกเอาไว้แล้ว เลยอุดปาก ไม่ต้องพูดเลย
      ถาม:  ถ้าสมมติว่าคนอื่นขอความช่วยเหลือแม่เรา ซึ่งแม่อยากช่วยแต่อึดอัดกลุ้มใจ เรารู้ว่าถ้าเราไปช่วยแม่หายกลุ้มใจ แต่คนกลุ้มใจคือเรา เราควรทำอย่างไรดี ?
      ตอบ:  ก็ตัดสินใจเอาสิ ว่าจะให้แม่หรือให้เรากลุ้ม
      ถาม:  ถ้าเรากลุ้มไปแล้ว แต่ว่าเราตัดสินใจช่วยจริง พอครั้งหน้ามีอีกซึ่งมันเกินกำลังตัวเราแล้ว ?
      ตอบ:  ถ้าเกินกำลังปฏิเสธได้จ้ะ เขาไม่ได้บังคับนี่ว่าต้องช่วยทุกครั้งไป พูดคำว่า ไม่ ให้เป็น ตัวอย่างต้อง หลวงพี่โอ หลวงพี่โอนี่วันพระทีเข้าโบสถ์ปลงอาบัติทุกครั้งเลย คราวนี้ปลงอาบัติวัดท่าซุง น่ะ เขาปลงอาบัติเป็นภาษาไทย เพราะฉะนั้นทุกคนจะฟังรู้หมด เขาไม่ได้มาถึง อะหัง ภันเต สัพพหุลา นานาวัตถุกาโย บาลีเขาไม่เอา วัดท่าซุงเล่นภาษาไทย มาถึงก็ข้าแต่สงฆ์ทั้งหลายผู้เจริญ กระผมต้องอาบัติปาจิตตีย์ด้วยโกหกเขา เนื่องจากเขามายืมเงินแล้วบอกว่าไม่มี ขอสงฆ์ทั้งหลายโปรดรับทราบความชั่วหยาบที่ข้าพเจ้าได้ล่วงอาบัตินี้ไปด้วย ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะไม่พูด ไม่คิด ไม่ทำอย่างนี้อีก ขอสงฆ์ทั้งหลายโปรดรับทราบด้วยเถิด กี่วันพระ ก็จะต้องมีข้อนี้ แล้วหัวเราะกันทุกที
              คือหลวงพี่โอน่ะ นอกจากว่าท่านจะประเภทลูกเถ้าแก่โรงสีแล้วนะ ยังอยู่กับหลวงพ่อมานาน อาวุโสถือเป็นอันดับสองของวัดเลย หลวงพี่นันต์ อาวุโสอันดับสาม คราวนี้หลวงพี่โอนอกจากบ้านตัวเองรวยแล้ว ญาติโยมยังเห็นหน้าอยู่ทุกบ่อย ถึงเวลานิมนต์เขาจะบอก สมัยก่อนหลวงพี่โอ หลวงพี่นันต์ หลวงตาผ่อง หลวงตานา หลวงพี่ทีป เขาจะท่องมาเลย คุณจะนิมนต์ใครบ้างล่ะ ? คราวนี้ท่านก็จะสตางค์เยอะ หลวงพี่โอพอสตางค์เยอะนี่จะรวมไปเรื่อยครบหมื่นเมื่อไหร่ฝากประจำ ๓ เดือน ครบหมื่นเมื่อไหร่ฝากประจำ ๓ เดือน คนก็ว่าหลวงพี่โอรวย ถึงเวลายืมสตางค์ พี่ก็บอกไม่มีโว้ย แล้วก็ไปปลงอาบัติ ความจริงไม่มีน่ะ หลวงพ่อสอนไว้แล้ว บอกว่าไม่มีน่ะ ให้เข้าใจว่าเราไม่มีให้เขายืม แต่ที่เราจะใช้น่ะเรามี แต่ว่าอย่างว่านั่นแหละ ถ้าพี่เขาใจละเอียด เขาก็ประเภทติดใจ กูโกหกเขาแล้วนี่หว่า ก็ไปปลงอาบัติมันซะได้ทุกวันพระเหมือนกัน
              คราวนี้ที่หลวงพี่โอท่านเอาไปฝากในลักษณะอย่างนั้น พอถึงเวลา ๑ ปี หลวงพี่โอจะสร้างพระประธานถวายวัดใดวัดหนึ่งให้เป็นประธานในโบสถ์ ๑ องค์ คราวนี้เข้าใจหรือยังว่า หลวงพี่โอเขาฝากเงินไว้ทำไม ? แล้วหลวงพี่โอถ้าหากว่าสั่งทำช่างเขาจะลดให้พิเศษจ้ะ ซี้กันอยู่ นึก ๆ แล้วก็ขำดี เพราะฉะนั้นของเราถึงเวลาปฏิเสธบ้าง ก็ขนาดปฏิเสธแบบที่ว่ามีใช้เองแต่ไม่มีให้เขาน่ะ หลวงพ่อยังสอนมาแล้ว ปฏิเสธเพราะไม่มีจริง ๆ มันก็ต้องปฏิเสธได้สิเอามั่งมั้ย ? ถึงเวลา ข้าแต่สงฆ์ทั้งหลายผู้เจริญ พวกพระน้อง ๆ ก็หัวเราะกันแล้วล่ะ แหง ๆ เลยข้อเดิม และโยมก็เหลือเกินนะ มันตั้งท่าจะยืมเงินพระ
              อาตมาเองเฝ้าหน้าห้องให้หลวงพ่อ เขาโทรมาใช้มั้ย พระคุณท่านเจ้าขา ขออนุญาติกู้เงินหลวงพ่อสักสามแสนได้มั้ยเจ้าคะ ? บอกโยมพระที่ไหนเขาให้กู้เงินได้เล่า มีแต่ว่าถ้าหากว่าโยมจะถวายก็เอามา เขาบอกว่าวัดนั้นวัดนี้เขาให้กู้ ดอกเท่านั้นดอกเท่านี้ บอกเวรเลยกู มีจริง ๆ โว้ย ก็บอกเขาบอกโยมจ๋าถ้าเขาให้กู้ก็กู้ที่นั่นแหละจ้ะ ที่นี่ไม่มีให้กู้หรอก ไม่รู้จะว่าอย่างไง มันมีจริง ๆ ด้วย ประเภทที่เอาไปปล่อยดอก เอาไปให้กู้ เอาไปซื้อที่ซื้อไร่กันน่ะ
              ทองผาภูมิ ตอนนี้เจ้าอาวาสโดนเด้งไป ๒ องค์เพราะเอาเงินสงฆ์ไปซื้อที่ไว้ ซื้อที่ไว้ไม่ซื้อเปล่าไปลงมะนาวไว้อีกต่างหาก ถึงเวลาก็ไปรดน้ำมะนาว คนเห็นแล้วมันทุเรศลูกตา ก็เลยฟ้องร้องขึ้นมา เจ้าคณะรับผิดชอบตามสายงานก็ต้องไปพิจารณาดูว่ามันจริงอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า บางทีก็เป็นการใส่ความไป ปรากฏว่าไปถึง ไม่ต้องพิจารณาเลย พระคุณท่านกำลังรดน้ำอยู่พอดีก็เลยต้องให้เขาพ้นจากตำแหน่งไป หาคนมาเป็นแทนโอ้ย ......เบื่อเหลือเกิน คือเขาไม่รู้ว่าโทษมันเกิดจากเอาของสงฆ์ไปใช้น่ะเป็นอย่างไร ถ้าหากว่าเขารู้ เขาคงไม่กล้าทำอย่างนั้น บางทีเขาไม่รู้เขาก็ทำไปรื่นเริงบันเทิงใจ กูรวยแล้วแน่ ๆ เลย มีที่ตั้งหลาย ๑๐ ไร่ ตายเมื่อไหร่แล้วรู้........!